Friday, June 29, 2018

โรคกระเพาะอาหารและสำไส้อักเสบ

คำถาม
โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบแก้ไขอย่างไร



ตอบ 
 คนส่วนใหญ่ที่ไปรับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันสุดท้ายจะจบที่โรคมะเร็งกันทั้งนั้นเพราะส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ จะเริ่มต้นจากการไม่สบายจากโรคกระเพาะอาหารและโรคลำไส้มาก่อนทั้งนั้น แต่สุดท้ายจะมาลงเอยที่โรคมะเร็ง เพราะว่าแพทย์แผนปัจจุบันรักษาโรคนี้กันไม่เป็น

#โรคกระเพาะอาหารและสำไส้เดิมทีนั้นมันเกิดจากภาวะเย็นเกิน พอเกิดจากภาวะเย็นเกินเมื่อร่างกายเย็นมากๆ เส้นเลือดจะหดตัว พอเส้นเลือดหดตัวเลือดลมก็จะเกิดการไหลเวียนไปลำบาก น้ำย่อยไหลไปลำบากจึงไม่สามารถย่อยอาหารที่กินเข้าไปได้ อาหารก็เลยไม่ย่อย เพราะน้ำย่อยหลังออกมาลำบากเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวกทำให้กระเพาะไม่มีกำลังและไม่มีเลือดไปเลี้ยงพออาหารไม่ย่อยก็มีเชื้อโรคเข้ามากิน ทำให้เกิดกรด และแก๊สในกระเพาะขึ้น

#โดยธรรมชาติการหมักก็จะทำให้เกิดแก๊ส พอเกิดแก๊สขึ้นก็ทำให้ท้องอืด เกิดเป็นกรดขึ้นก็ไปกัดกระเพาะอาหารให้เป็นแผลและอักเสบ หากเป็นหมอแผนโบราณก็จะให้กินกล้วยดิบเข้าไปรักษาแผล และให้ขมิ้นชัน ขิง หรือยาร้อนเข้าไปเพื่อให้เกิดการขับลมออกและเพื่อให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้นและคนไข้ก็จะหาย เพราะเมื่อใดที่เลือดลมไหลเวียนดี ก็จะไม่เกิดโรคทุกอย่างก็กลับมาทำงานตามปรกติหมด แต่ในยุคปัจจุบันนี้เกิดจากสภาวะร้อนเกินเป็นส่วนใหญ่

#เมื่อเกิดจากสภาวะร้อนเกินเป็นส่วนใหญ่ ร่างกายร้อนมากๆ ร่างกายก็จะระบายพลังงานความร้อนนั้นๆ ไปที่กระเพาะอาหารและลำไส้ เพื่อที่จะมีการระบายออกต่อตามเส้นกลางตัว ทางทวาร หรืออาจจะออกทางปาก ทางหัว ร่วมด้วยก็แล้วแต่โดยจะเห็นได้จากการที่คนไข้บางรายเป็นแผลในปากซึ่งนี้ก็คือการระบายความร้อนออกจากร่างกาย

#แต่ก่อนที่ร่างกายจะระบายก็จะออกไปร่วมกันที่กระเพาะก่อนจะกระจายออกตามที่ต่าง ๆ แต่หากความร้อนไปกองกันมากๆ และไม่สามารถระบายได้ทัน ความร้อนก็จะเผากระเพาะอาหารและสำไส้ของเรานั้นให้เปื่อยพุพอง เหมือนกับไฟไหม้น้ำร้อนลวกหากมีการส่องกล้องเข้าไปดูก็จะเห็นเป็นแผลแดง เปื่อย พุพอง

#เมื่อกระเพาะเกิดการบาดเจ็บก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปรกติเมื่อกินอาหารเข้าไปอาหารก็ไม่สามารถย่อยได้ อาหารก็ค้างอยู่อย่างนั้น พออาหารค้างอยู่เชื้อโรคก็เข้าไปกินอาหารนั้น ทำให้เกิดแก๊ส เกิดกรดขึ้นมาอีก ทำลายกระเพาะและลำไส้เข้าไปอีก แผลที่มีอยู่แล้วมีการบาดเจ็บเพิ่มเข้าไปอีกคนที่มีกรดเยอะมาก ๆ กรดก็จะไปร่วมกันที่กระเพาะ เพื่อที่จะระบายต่อไปยังสำไส้ใหญ่แต่เมื่อกรดมีเยอะมากๆ ระบายไม่ทันก็ทำให้เกิดกรดไหลย้อนขึ้นมา ทำให้เกิดอาการจุกเสียด

#การรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันก็จะรักษาโดยให้กินยาเคลือบกระเพาะเอาไว้เคลือบเอาความร้อนเอาไว้ เคลือบกรดเอาไว้ เคลือบของเสียเอาไว้ กินยาไปเคลือบเอาไว้เรื่อยๆ ทำให้กระเพาะเกิดการเน่าหมักหมม ความร้อนก็ยังอยู่และเคลื่อนไปทำลายตับเท่านั้นเอง เพราะความร้อนไม่สามารถระบายออกได้ต่อไปก็จะเกิดเป็นมะเร็งกระเพาะ หรือมะเร็งตับ หรือมะเร็วลำไส้เท่านั้นเอง


#การรักษาของหมอแพทย์วิถีพุทธ หรือหมอทางเลือก เมื่อรู้ถึงสาเหตุว่าเกิดจากความร้อนเราก็ใส่เย็นลดร้อน และให้กินกล้วยดิบเพื่อที่จะให้กล้วยนั้นไปสมานแผลและกล้วยดิบก็ มีฤทธิ์เย็น หรือให้กินน้ำต้นกล้วยก็ได้วิธีการกินก็คือนำกล้วยดิบมาตัดเป็น 3 ท่อน เพื่อที่จะแบ่งกินเป็น 3 เวลา ก่อนอาหาร เคี้ยวๆ ให้ละเอียดที่สุดแล้วก็กลืนเข้าไปได้เลยจะทำวิธีใดก็ได้ให้ละเอียดที่สุดแล้วก็กลืนเข้าไปเลย

#หากกลืนได้ยากก็ให้กินร่วมกับน้ำย่านางเข้าไปเพื่อให้กลืนได้ง่ายขึ้น หากสามารถกินได้ทั้งเปลือกได้ก็จะดีจะสามารถรักษาได้เร็วมาก ดีกว่ายาน้ำขาวทั่วไปมากนัก แต่ในกรณีที่ร้อนตีกลับเป็นเย็นคือ คนไข้มีอาการท้องอืดและหัวตื้อร่วมดัวย แต่ความเป็นจริงแล้วอาการท้องอืดหัวตื้นนี้เป็นอาหารเย็นเกิน เพราะ อาการร้อนเกินจะตีกลับเป็นเย็น

#เพราะแพทย์แผนจีนกล่าวไว้ว่า เมื่อ หยางที่สุดจะตีกลับเป็นหยิน และเมื่อหยินที่สุดจะตีกลับเป็นหยางเพราะฉะนั้น อาการท้องอืด หัวตัวก็คือร้อนสุดได้ตีกลับเป็นเย็นเมื่อเรากินเย็นอย่างเดียวก็ไม่สามารถรักษาได้เราก็ควรใช้ความร้อนร่วมด้วย

#ในการรักษาได้การกินเย็นผ่านไฟโดยการกดน้ำร้อนผสมกับน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น แต่หากินแบบนี้แล้วยังมีอาการเย็นแทรกอยู่ก็ให้เราใส่สมุนไพร ฤทธิ์ร้อนเข้าไปเล็กน้อยเช่น ใส่ ขมิ้น ตะไคร้ หรือขิง เข้าไปในปริมาณที่เรารู้สึกสบาย ใส่แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ก็จะทำให้รู้สึกสบายขึ้นได้แต่ในสมัยก่อนการรักษาจะเน้นที่สมุนไพรฤทธิ์ร้อนในการรักษาจึงทำให้การรักษาในปัจจุบันไม่ได้ผล

ดร.ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว)
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วิถีธรรม
วิชชาธิการบดี สถาบันวิชชาราม


ที่มา: https://www.facebook.com/answermorkeaw2/photos/a.865894460215992.1073741828.865872563551515/871896806282424/?type=3&theater

ตัวบ่งชี้ภาวะร่างกายไม่สมดุล/เป็นโรค


คำถาม

ตัวบ่งชี้ภาวะร่างกายไม่สมดุล/เป็นโรค


ตอบ
1. กลิ่นกาย- ความเหนอะหนะจากเหงื่อ ยิ่งมีกลิ่นตัวแรงก็สัมพันธ์กับพิษที่สะสมในร่างกาย
2. กลิ่นปัสสาวะ
3. กลิ่นอุจจาระ- ถ้ามีกลิ่นได้อย่างมากความเหม็นแค่กลิ่นผักดอง
ลักษณะอุจจาระที่แสดงถึงสุขภาพดี- นิ่ม เป็นแท่งคล้ายๆ ข้าวหลาม
อุจจาระแข็ง- ร่างกายร้อนเกิน
อุจจาระนิ่ม – ร่างกายเย็นเกิน
4. กลิ่นผายลม
5. กลิ่นปาก
6. กลิ่นหู
7. กลิ่นผม หนังศีรษะ
8. กลิ่นจมูก
9. รังแค

ดร.ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว)
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วิถีธรรม
วิชชาธิการบดี สถาบันวิชชาราม


ที่มา:  https://www.facebook.com/answermorkeaw2/photos/a.865894460215992.1073741828.865872563551515/874812062657565/?type=3&theater


                                            กลับสู่หน้าหลัก (คลิ๊ก)

หลักพิจารณาประกอบการรับประทานยาเคมี

คำถาม
อยากทราบหลักพิจารณาประกอบการรับประทานยาเคมี




ตอบ 
 1. หยุดยาแล้วมีภาวะลำบากกาย ทุกข์ทรมานกายจนทนได้ยาก-ให้รับประทานยาต่อไป
2. รับประทานยาแล้วมีอาการไม่สบายกายจากยา-ให้ลดปริมาณยา
3. หยุดรับประทานยาแล้วมีอาการสบายกาย-ให้หยุดยา

ดร.ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว)
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วิถีธรรม
วิชชาธิการบดี สถาบันวิชชาราม


 ที่มา: https://www.facebook.com/answermorkeaw2/photos/a.865894460215992.1073741828.865872563551515/874831295988975/?type=3&theater

การพิจารณาการผ่าตัดกรณีเนื้องอกหรือเนื้อร้ายในร่างกาย

คำถาม
การพิจารณาการผ่าตัดกรณีมีเนื้องอกหรือเนื้อร้ายในร่างกาย



ตอบ 
1. ตัดเพื่อลดความปวด ความทุกข์ทรมานที่มีมาก
2. ตัดเพื่อช่วยบรรเทาอาการเช่น ลำไส้อุดตันมากถ่ายไม่ได้
3. ตัดเนื่องจากเกิดอวัยวะสำคัญอาจเกิดอันตราย เช่นเนื้องอกในสมอง

ดร.ใจเพชร กล้าจน(หมอเขียว)
นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วิถีธรรม
วิชชาธิการบดี สถาบันวิชชาราม


ที่มา: https://www.facebook.com/answermorkeaw2/photos/a.865894460215992.1073741828.865872563551515/874846709320767/?type=3&theater



ทำไมต้องโยคะ กดจุดลมปราณ

คำถาม 
 ทำไมต้องโยคะ กดจุดลมปราณ

ตอบ
กายบริหารโยคะกดจุดลมปราณ เป็นยาเม็ดข้อที่ 6 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก ในการดูแลร่างกายให้แข็งแรง รวมทั้งขับโรคภัยไข้เจ็บให้ออกจากร่างกายของเรา ถ้าเราออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหว ร่างกายอย่างเดียว เราจะได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แต่จะไม่ได้ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ถ้ากล้ามเนื้อไม่ยืดหยุ่น ของดีจะเข้าไปเลี้ยงเซลล์ไม่ได้ ของเสียจะออกไม่ได้ ทำให้เซลล์จะเสื่อม
   ถ้าเราไม่ดัดเนื้อ ดัดตัว ถ้าออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวเร็วอย่างเดียว มันจะทำให้กระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นของเราบิดเบี้ยว ไม่เข้าที่เข้าทางเพราะมันจะมีกล้ามเนื้อบางส่วนเกร็งค้าง บางส่วนก็ยังไม่ได้เกร็งค้าง มันจะดึงกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็นให้บิดเบี้ยว กดดันเส้นเลือด เส้นประสาท เส้นลมปราณ เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็จะไม่สบาย ไม่แข็งแรง เราจึงต้องมีการดัดเนื้อ ดัดตัว จัดโครงสร้างกระดูกเส้นเอ็นให้เข้าที่เข้าทาง เลือดลมจะได้ไหลเวียนสะดวก เราก็จะได้แข็งแรง
  ซึ่งในเรื่องของลมปราณเป็นเรื่องสำคัญมาก 12 เส้นลมปราณเป็นเส้นที่สำคัญ เป็นจุดที่พลังที่เป็นประโยชน์เคลื่อนเข้าไปเลี้ยงร่างกาย ทั้งพลังงานที่อยู่ภายในและพลังงานที่อยู่ภายนอก วิญญาณของเราก็จะดูดไปเลี้ยงร่างกายทางนั้นแหละ แล้วก็พลังงานที่เป็นของเสียจะถูกขับออกจากร่างกายทางเส้นลมปราณเช่นเดียวกัน จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในเส้นลมปราณ การฝังเข็มก็จะระบายพิษได้ในจุดใดจุดหนึ่งส่วนหนึ่ง ซึ่งก็แน่นอนมันก็มีผลทั้งตัวนั่นแหละ แต่ว่ามันก็ระบายแค่จุดเดียว แต่การกดจุดเส้นลมปราณนั้น จะระบายได้เยอะกว่า มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการฝังเข็มเป็นหมื่น ๆ ดอก
  ในเรื่องของลมปราณนี่ ผมเคยกดจุดช่วยผู้ป่วยมา เยอะนะครับ การกดจุดลมปราณ หรือการดัดตัวให้เข้าที่ ผู้ป่วยฉุกเฉินอาการรุนแรง หรือผู้ป่วยอาการเรื้อรังก็ทุเลาได้เร็ว เราเคยชุบชีวิตผู้ป่วยที่ใกล้ตายมาเยอะครับ แล้วก็ฟื้นได้ภายใน 10 นาที เป็นส่วนใหญ่ แม้แต่ผู้ป่วยเรื้อรังก็ฟื้นได้ หมอนัดผ่าตัดต่าง ๆ ก็ไม่ต่อผ่าเยอะ ด้วยการกดลมปราณ ดัดเนื้อดัดตัว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่เราจะต้องฝึกฝนเรียนรู้กันให้เป็นวิถีชีวิตปกติของเรา
   ในเรื่องของลมปราณนั้น มันไม่ได้มีเฉพาะในหนังจืน ทีแรกเราก็นึกว่ามีแต่ในหนังจีน จี้จุดชักแล้วก็ไปไม่ได้ แล้วก็มีคนมาแก้  ชึกชักแลล้วก็ขยับได้ ผมว่ามีแต่ในหนังจีนแหละ นึกว่าไม่มีจริง แต่พอในชีวิตจริงนี่ ผมเคยไปกดเส้นลมปราณ โดนกดเองด้วยนะ ครูบาอาจารย์สอน ตอนที่เราหายใจไม่ออกอยู่เป็นเดือน กดเส้นลมปราณเส้นเดียว หายใจได้ มีผู้ป่วยหลายท่าน เรากดเพียงเส้นเดียวเท่านั้น ยังไม่ครบ 12 เส้น ก็หายแล้ว มันมีประสิทธิภาพมาก ผมก็เลยออกแบบไว้ในวิซีดี 1 ชั่วโมง กับ 2 ชั่วโมง เพื่อให้คนพึ่งตนเองได้ ไม่เช่นนั้น คนก็จะมาให้หมอรักษา คือ ถ้าไม่มีหมอคนใดคนหนึ่ง คนไข้ก็จะแย่ แต่ถ้าเค้าทำเองเป็น เค้าก็จะมีหมอติดตัวเค้าตลอดเวลานะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ จึงควรออกกำลังกาย 2 อย่าง ควบคู่กันไป วันที่เราไม่มีเวลา เราก็เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ หรือตอนเช้าเดินเร็ว วันหน้ากดลมปราณโยคะ อย่างนี้เป็นต้น นะครับ หรือเรามีเวลาน้อย ๆ เราก็สามารถที่จะเลือกทำบางท่าที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงก็ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ 




คลิป กดจุดลมปราณ 2 ชั่วโมง (คลิ๊ก) 
https://youtu.be/r8_PvGAiQLUยคะ 2 ชม.
https://youtu.be/s7ywOh0Ig9U โยคะ 1 ชม.
https://youtu.be/kn02Frz2yMk กายบริหารและโยคะแขน 18.41 นาที
https://youtu.be/FBzaJrnZdww โยคะกดจุดลมปราณที่ขา 18.09 นาที
https://youtu.be/vCuQIyyaUMM โยคะยืดหยุ่นท่านอน 11.33 นาที


Friday, June 22, 2018

น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นทำอย่างไร

คำถาม  น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นทำอย่างไร


ตอบ
ทำวัตถุดิบและวิธีการทำได้ที่ลิงค์

 http://www.morkeaw.net/k-technic.html

 http://morkeaw-herbdrinking.blogspot.com/




Sunday, June 10, 2018

มีค่าใช้จ่ายในการเข้าค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมเท่าไหร่

คำถาม
มีค่าใช้จ่ายในการเข้าค่ายเท่าไหร่

ตอบ
ค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) ทุกค่าย อบรมให้ฟรี
ทั้งค่าอาหาร และที่พักฟรี
รายละเอียดตารางเข้าค่ายและวิธีการสมัครเข้าค่ายในที่
http://www.morkeaw.net/ 


มีช่องทางรับข้อมูลข่าวสารแพทย์วิถีธรรม อะไรบ้าง

คำถาม มีช่องทางรับข้อมูลข่าวสารแพทย์วิถีธรรม อะไรบ้าง ตอบ  1.  http://www.morkeaw.net/ 2. รับชมการถ่ายทอดสด การแพทย์วิถีธรรม ได้ทางช่...